การฟื้นฟูป่าเริ่มต้นที่เมล็ดพันธุ์

การฟื้นฟูป่าเริ่มต้นที่เมล็ดพันธุ์

การจัดหาเมล็ดพันธุ์, การรวบรวม, การเก็บรักษา และการงอก

Language:

การบริการเมล็ดพันธุ์ FORRU-CMU ร่วมกับ RBG-Kew

1. การคัดเลือกเมล็ด

ปลูกพันธุ์ไม้ที่เป็นลักษณะเฉพาะของป่าต้นแบบ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูป่าธรรมชาติด้วยการควบคุมการเจริญเติบโตของวัชพืชอย่างรวดเร็ว และดึงดูดสัตว์ที่ช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ ให้เลือกพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของพื้นที่ของคุณ เช่น ระดับความสูง ปริมาณน้ำฝน เป็นต้น ในเร็วๆ นี้ เราจะมีเครื่องมือคัดเลือกพันธุ์ไม้อย่างง่ายที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าจะขยายพันธุ์และปลูกพันธุ์ใดให้เหมาะกับป่าที่คุณกำลังฟื้นฟูและสภาพแวดล้อมของพื้นที่คุณ ในระหว่างนี้ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ "เมล็ดพันธุ์และต้นกล้า" และบทที่ 9 ของ "ปลูกให้เป็นป่า แนวคิดและแนวปฏิบัติ สำหรับการฟื้นฟูป่าเขตร้อน"

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคัดเลือกชนิดพรรณได้ที่นี่ >> การเลือกชนิดพรรณไม้เพื่อการฟื้นฟูป่า

2. แหล่งจัดเก็บเมล็ดพันธุ์ - จากธนาคารเมล็ดพันธุ์ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติดอยสุเทพ

ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติดอยสุเทพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรามีธนาคารเมล็ดพันธุ์สำหรับการเก็บรักษาพันธุ์พื้นถิ่น

The Seed Explorium is at the Doi Suthep Nature Study Centre - it's a seed bank and an educational experienceตั้งอยู่ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติดอยสุเทพ ซึ่งเป็นธนาคารเมล็ดพันธุ์และlสำหรับการศึกษา

บริการเมล็ดพันธุ์

กดตรงนี้ รายชื่อเมล็ดพันธุ์ไม้ในธนาคารเมล็ดพันธุ์ ณ ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพ เรามีเมล็ดพันธุ์จำนวนเล็กน้อยไว้คัดสรรเพื่อสนับสนุน งานวิจัย รวมถึงจัดสรรให้แก่ โรงเรียน และ เรือนเพาะชำชุมชนขนาดเล็ก เพื่อใช้ในการขยายพันธุ์สำหรับการผลิตกล้าไม้ใน โครงการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้

ติดต่อเรา สำหรับการฝากเก็บเมล็ดในธนาคารเมล็ดพันธุ์

3. เครื่องมือจำแนกชนิดกล้าไม้

ความสามารถในการจำแนกชนิดของกล้าไม้ (Seedlings) และไม้หนุ่ม (Saplings) มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ ด้วยเหตุผลหลายประการ ดังนี้:

  1. เพื่อให้แน่ใจว่าได้กล้าไม้ที่ถูกต้อง: บ่อยครั้งที่ต้นไม้ในเรือนเพาะชำอาจมีการติดป้ายชื่อผิดหรือไม่ติดป้ายเลย ดังนั้น เมื่อต้องคัดเลือกกล้าไม้จากเรือนเพาะชำ ควรตรวจสอบชนิดพันธุ์ให้แน่ชัดเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าได้นำ "ไม้ถูกชนิด ไปปลูกในพื้นที่ที่เหมาะสม"
  2. ใช้ในการประเมินพื้นที่อย่างรวดเร็ว (Rapid Site Assessment): ในระหว่างการสำรวจพื้นที่ ควรบันทึกชื่อชนิดพันธุ์ไม้ที่พบในหน่วยตัวอย่าง โดยนับตั้งแต่ไม้หนุ่มที่มีความสูง 150 เซนติเมตรขึ้นไป การทำเช่นนี้จะช่วยให้เราสามารถเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพได้ โดยการเลือกปลูกชนิดพันธุ์ที่ "ยังไม่มี" อยู่เดิมในพื้นที่นั้นๆ
  3. ใช้ติดตามความคืบหน้าของการฟื้นฟู: การฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้รวมไปถึงการส่งเสริมให้เกิด "ไม้รับช่วง" (Species Recruitment) ซึ่งหมายถึง ต้นไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในพื้นที่ฟื้นฟู โดยไม่ใช่ชนิดพันธุ์เดียวกับที่นำไปปลูก ปกติแล้วไม้รับช่วงเหล่านี้จะมาในรูปแบบของเมล็ดที่พัดมาตามลมหรือถูกสัตว์พามา ดังนั้น การบันทึกชนิดพันธุ์ของกล้าไม้และไม้หนุ่มที่งอกขึ้นมาใหม่ภายใต้เรือนยอดของป่าฟื้นฟู จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการติดตามการฟื้นคืนของความหลากหลายทางชีวภาพ