ระหว่างวันที่ 12–16 มกราคม 2569 เราได้ต้อนรับผู้เข้าร่วมจาก GIZ สปป.ลาว และ Wyss Academy for Nature ในการจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการระยะเวลา 5 วัน ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการฟื้นฟูป่าไม้ในระดับนานาชาติ พร้อมทั้งนำเสนอแนวทางและการดำเนินงานที่สำคัญของ GIZ สปป.ลาว และ Wyss Academy for Nature
ผู้เข้าร่วมจาก GIZ ได้นำเสนอโครงการฟื้นฟูป่าที่ประเทศ สปป. ลาว ในวันแรก ผู้เข้าร่วมได้เข้าร่วมการบรรยายพื้นฐานเกี่ยวกับหลักการฟื้นฟูป่าไม้ และกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานด้านการฟื้นฟูป่าใน สปป.ลาว และ จังหวัดน่าน ประเทศไทยของ Wyss Academy for Nature นอกจากนี้ ยังได้เยี่ยมชมธนาคารเมล็ดพันธุ์ และนิทรรศการเมล็ดพันธุ์ภาคเหนือ ณ ศูนย์ธรรมชาติวิทยาดอยสุเทพเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อศึกษาแนวทางการอนุรักษ์เมล็ดพันธุ์ไม้ และเรียนรู้ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของวัฒนธรรมล้านนาเกี่ยวกับลักษณะของเมล็ดพันธุ์ในภาคเหนือของประเทศไทย
อ้อม ขวัญภิรมณ์ ณะเรืองศรี อธิบายเกี่ยวกับวิธีการเก็บเมล็ดในธนาคารเมล็ด เพื่อใช้อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและฟื้นฟูป่า
อ.ดร.เดีย พนิตนาถ แชนนอน อธิบายกระบวนการและขั้นตอนการผลิตกล้าไม้ในเรือนเพาะชำในวันที่สอง กิจกรรมมุ่งเน้นไปที่การฝึกปฏิบัติจริง ณ เรือนเพาะชำเกล้าไม้พื่อการฟื้นฟูป่าดอยสุเทพ–ปุย ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้กระบวนการผลิตกล้าไม้ตลอดทั้งวงจร โดยเริ่มจากการเก็บข้อมูลภาคสนามด้านชีพลักษณ์ จากนั้นได้ฝึกเทคนิคการเพาะพันธุ์กล้าไม้ในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ การเก็บเมล็ดพันธุ์ การจัดการเมล็ด และการเพาะเมล็ด นอกจากนี้ การฝึกอบรมยังครอบคลุมถึงการย้ายกล้าลงถุงเพาะ การดูแลกล้าไม้ในเรือนเพาะชำ ตลอดจนการวางแผนการผลิตกล้าไม้ที่บูรณาการร่วมกับเทคนิคการทดลองและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์
ผู้เข้าร่วมเยือนเรือนเพาะชำหน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า-มช.ดอยสุเทพ-ปุย เรืยนรู้การวิธีผลิตกล้าไม้เพื่อใช้ฟื้นฟูป่า
ผู้เข้าร่วมได้เยี่ยมชมแปลงฟื้นฟูที่บ้านแม่สาใหม่-น้อย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ในวันที่ เป็นกิจกรรมทัศนศึกษาดูงานภาคสนามและการทำงานร่วมกับชุมชน ณ แปลงฟื้นฟูป่า บ้านแม่สาใหม่ และ บ้านแม่สาน้อย อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ โดยผู้เข้าร่วมได้มีโอกาสเยี่ยมชมป่าฟื้นฟูที่มีอายุ 20 ปี กับแปลงที่มีอายุ 2 ปี เพื่อสังเกตความสำเร็จในการฟื้นฟูโดยวิธีการพรรณไม้โครงสร้าง นอกจากนี้ ยังได้ฝึกทักษะเชิงปฏิบัติด้านการติดตามสัตว์ป่าด้วย กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า และเรียนรู้การใช้ประโยชน์จากไม้โครงสร้างโดยชาวบ้านในชีวิตประจำวัน การศึกษาดูงานในครั้งนี้จบลงด้วยการอภิปรายเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจของการฟื้นฟูป่าโดยชุมชนเป็นผู้นำ รวมถึงบทบาทของการมีส่วนร่วมของชุมชนที่ช่วยขับเคลื่อนความสำเร็จด้านนิเวศวิทยา
ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การใช้กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า ในการเก็บข้อมูลสัตว์ป่าในแปลงฟื้นฟู
น่าน วรยุทธ ต๊ะแก้ว สาธิตวิธีการใช้โดรนในงานด้านการฟื้นฟูป่าที่ห้วยตึงเฒ่าในวันที่ 4 โปรแกรมได้แบ่งออกเป็นกิจกรรมเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ด้านเทคโนโลยีการฟื้นฟูป่าและการจัดการแหล่งต้นน้ำ กลุ่มผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีโดรนอัตโนมัติเพื่อการฟื้นฟูป่า พร้อมเรียนรู้การฝึกหยอดเมล็ดทั้งแบบหยอดโดยตรงและหยอดจากอากาศด้วย UAV กิจกรรมนี้ครอบคลุมการทดสอบคุณภาพเมล็ด การเคลือบเมล็ด (seedball) และการใช้ Litchi เพื่อทำภารกิจการบินโดรน Photogrammetry เพื่อใช้ในการฟื้นฟูป่า
และการใช้เทคโนโลยี LiDAR ในการติดตามด้านการฟื้นฟูป่า นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การวิเคราะห์ภาพถ่ายโดย Agisoft Metashape เพื่อทำภาพออร์โธ (orthophotos) และสร้างโมเดลสามมิติ รวมไปถึงการวิเคราะห์ภาพโดยใช้ Cloud Compare เพื่อวัดความสูงของต้นไม้ เรือนยอดและเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นด้วยโมเดลสามมิติ และการใช้ PIX4D ทางเลือกในการใช้วัดความสูงต้นไม้ และ QGIS ในการระบุทรงพุ่มของต้นไม้และทำแผนที่แปลงฟื้นฟู
ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้วิธีการเคลือบเมล็ด (seedball) เพื่อใช้ในขั้นตอนหยอดเมล็ดฟื้นฟูป่า
ผู้เข้าร่วมได้ประยุกต์ใช้เชื้อไมคอร์ไรซากับกล้าไม้ในขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมกลุ่มอื่น ๆ ได้เดินทางไปยังหน่วยจัดการต้นน้ำแม่กลาง เพื่อศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนโดยภาครัฐ โดยผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การดูแลจัดการต้นน้ำ และวิธีการนำเชื้อราไมคอร์ไรซา มาใช้กับกล้าไม้ และได้เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปปลูกป่าร่วมกับเชื้อไมคอร์ไรซา
นอกจากนี้ คณะผู้เข้าร่วมยังได้ไปเยือนบ้านแม่กลางหลวง ได้เรียนรู้การท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชน รวมถึงพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ใหญ่บ้าน ในประเด็นเรื่องการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นตัวอย่างเครื่องมือสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน เพื่อให้คนในท้องถิ่นสามารถอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน
เยี่ยมชมบ้านแม่กลางหลวงและพูดคุยเรื่องการท่องเที่ยวเชิงนิเวศกับผู้ใหญ่บ้าน
เยี่ยมชมโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้วันที่ 5 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยผู้เข้าร่วมได้ศึกษารูปแบบการปลูกป่า 3 อย่าง และเรียนรู้กลยุทธ์การป้องกันและควบคุมไฟป่า
นอกจากนี้ ยังได้ทำความรู้จักกับแนวทาง "เกษตรทฤษฎีใหม่" และโครงการเกษตรผสมผสานที่ริเริ่มโดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ซึ่งโมเดลเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการทำเกษตรแบบยั่งยืนที่สามารถประสานสอดคล้องไปกับการอนุรักษ์ป่าไม้ ซึ่งท้ายที่สุดจะเป็นการส่งเสริมให้ชุมชนในท้องถิ่นเข้ามาเป็น "ผู้ดูแล" ระบบนิเวศป่าไม้อย่างเข้มแข็ง
เรียนรู้วิธีการจัดการควบคุมไฟป่าทมี่สถานีควบคุมไฟป่าห้วยฮ่องไคร้-ขุนแม่กวง สำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่)