การฟื้นฟูป่าในพื้นที่สูง







จากการทำงานร่วมกับชาวบ้าน หมู่บ้านแม่สาใหม่ หน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า ได้ทดลองปลูกป่าโดยวิธีการใช้พรรณไม้โครงสร้าง มาตั้งแต่ปี 2541 โดยปลูกในพื้นที่ป่าดิบเขา ที่ระดับความสูงประมาณ 1,300 เมตร จากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำเหนือหมู่บ้าน โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก โครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพแห่งประเทศไทย (BRT) โดยมีผลการวิจัยที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

ชนิดไม้ที่เราเลือกในการฟื้นฟูป่า ให้ประโยชน์ต่อสัตว์ป่าในพื้นที่หรือไม่?

พรรณไม้โครงสร้างที่เลือกมาปลูก
ควรจะต้องมีประโยชน์ต่อสัตว์ป่าทางใดทางหนึ่ง เพื่อดึงดูดสัตว์ป่าให้เข้ามา
ในพื้นที่ และมาช่วยกระจายเมล็ด ไม่ว่าจะเป็น น้ำหวาน ผลไม้ คอนเกาะทำรัง

เราพบว่า มะเดื่อน้อย (มะนอดน้ำ) เลียงผึ้ง ตองแตบ กอกกัน มะไฟป่า ช้าแป้น ก่อเดือย เสม็ดชุน (ไคร้เม็ด) เดื่อปล้องหิน (นอด) เดื่อปล้อง ไคร้ ตาเสือทุ่ง นางพญาเสือโคร่ง เริ่มจะออกผลภายใน 3 ปี และพบนกมาทำรังบนต้นไม้หลายชนิด ได้แก่ กอกกัน โพบาย (สลีนก) ก่อตาหมูหลวง นางพญาเสือโคร่ง เดื่อปล้องหิน เดื่อไทร และมะเดื่อน้อย นอกจากนั้น ต้นทองหลางป่า และ ต้นเลี่ยน ซึ่งมีดอกที่เป็นแหล่งอาศัยของแมลง ซึ่งดึงดูดให้นกกินแมลงทั้งหลายเข้ามาในพื้นที่

ภาพบนดื่อปล้องหิน (Ficus hispida) 
ภาพซ้าย: รังนกบนต้นนางพญาเสือโคร่ง ( Prunus cerasoides)
ภาพล่าง: นกปรอดเหลืองหัวจุก

ต้นไม้ที่เราปลูก สามารถเรียกนก เรียกสัตว์ ได้จริงหรือไม่?

ก่อนที่เราจะปลูกป่าในพื้นที่นี้ ในบริเวณแปลงปลูก พบนกเพียง 30 ชนิด ภายหลัง จากปลูกป่าได้ 6 ปี พบนกมากถึง 87 ชนิด ซึ่งชนิดนกที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนี้ เกิดจากความหลากหลายของสภาพป่าที่ปลูก ซึ่งมีอายุต่างๆกัน แทรกอยู่กับทุ่งโล่ง และพื้นที่การเกษตร โดยจะพบนกชนิดที่อาศัยในป่าดิบเขาเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น ในขณะที่นกที่อาศัยในทุ่งโล่งจะลดลง ชนิดนกที่พบว่าช่วยกระจายเมล็ด ได้แก่ นกโพระดกคอสีฟ้า ปรอดเหลืองหัวจุก ปรอดหัวตาขาว ปรอดหัวดำ นกแว่นตาขาวสีทอง และนกแว่นตาขาวหลังเขียว
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดกลาง ก็เข้ามาใช้พื้นที่เช่นกัน เจ้าหน้าที่หน่วยวิจัยฯ และชาวบ้าน พบเห็นตัวสัตว์และ ร่องรอย ของ เก้ง หมูป่า เสือดำ ตัวลิ่น หมูหริ่ง อีเห็น หมาหริ่ง กระต่ายป่า หนู พังพอน ค้างคาวกินผลไม้ นอกจากนั้น เราพบว่าสัตว์กินเมล็ดพืชมีจำนวนลดลง เนื่องจากมันชอบที่โล่ง และป่าหญ้ามากกว่าป่ารกทึบ

ความหลากหลายของพรรณไม้เพิ่มขึ้นหรือไม่?

ในแปลงปลูกพรรณไม้โครงสร้าง ความหลากหลายของชนิดกล้าไม้เกิดใหม่ตามธรรมชาติ มีจำนวนมากเป็น 2 เท่าของไม้ปลูก โดยในแปลงปลูกเริ่มต้นด้วยไม้ปลูก 29 – 30 ชนิด เราพบลูกไม้เกิดใหม่ มากถึง 61 ชนิด (รวมพรรณไม้ทั้งหมด 91 ชนิด) ซึ่งกล้าไม้เกิดใหม่เหล่านี้ อาจนำพามาโดยสัตว์ หรือโดยลมพัดพามา กล้าไม้ธรรมชาติส่วนใหญ่ที่พบ ได้แก่ กางหลวง เม่า เหมือดโลด (เหมือดหลวง) หว้าขี้กวาง เดื่อขน ไคร้มด ตาเสือทุ่ง กระท้อนรอก (หมีตุ้ม)
ตองหอม และ ทะโล้

กลไกการทำงานจองพรรณไม้โครงสร้างเมื่อเราปลูกต้นไม้ชนิดที่ได้รับการคัดเลือก และดูแลอย่างดี จะส่งผลให้เกิดกระบวนการฟื้นตัวและเพิ่มความ หลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ โดยขั้นตอนแรกจะเริ่มจากการเพิ่มจำนวนพรรณไม้ในพื้นที่ เมื่อไม้เติบโต และ ออกดอกผล จะช่วยดึงดูดให้สัตว์ป่า แมลง และ นก เข้ามาใช้พื้นที่ อันจะช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพอีกทางหนึ่ง นก และ สัตว์ต่างๆ นั้น จะนำพาเมล็ดไม้จากที่ต่างๆ ในบริเวณป่าข้างเคียงเข้ามาในพื้นที่ด้วย เมื่อกล้าไม้เหล่านั้นงอกขึ้นมา ก็จะเป็น ต้นไม้ที่จะเติบโตรุ่นต่อๆไป และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืน ดังนั้น การฟื้นฟูป่าโดยเทคนิคพรรณไม้โครงสร้าง จึงสามารถช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพให้กลับคืนมา ซึ่งจากแปลงสาธิตของเรา ก็ได้เห็นได้ชัดเจนว่า การฟื้นฟูป่า ด้วยความช่วยเหลือของบรรดาสัตว์ป่า และ นก จะช่วยฟื้นฟูป่าภาคเหนือให้กลับคืนมาได้ในระยะเวลาไม่กี่ปี