บทคัดย่อ

Ua-Apisitwong, S. (1988)

Small Mammal Communities in Doi Suthep-Pui National Park and Phu Khieo Wildlife Sanctuary.

การสำรวจสัตว์เลี้ยงลูกต้อยนมขนาดเล็กมีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบองค์แระกอบของชุมชนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กในป่าไม่ผลัดใบและป่าผลัดใบ โดยเลือกสำรวจใน 2 สถานที่คือ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ ทำในพื้นที่ตัวอย่าง 4 แห่งคือ บริเวณด้านหลังสวนสัตว์เชียงใหม่ (430 เมตร), ผาลาด (570 เมตร), สวนสน (970 เมตร) และยอดดอยสุเทพ (1610 เมตร) และที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ทำในพื้นที่ตัวอย่าง 2 แห่งคือ ศาลาพรม (590 เมตร) และทุ่งกะมัง (840 เมตร) พื้นที่ตัวอย่างบริเวณด้านหลังสวนสัตว์เชียงใหม่ และผาลาด เป็นป่าผลัดใบ ส่วนพื้นที่ตัวอย่างอื่นเป็นป่าไม้ไม่ผลัดใบ และต่ะพื้นที่ถูกกำหนดให้มีขนาดเท่ากับ 90 * 90 เมตร ใช้กับดัก 49 อัน วางห่างกัน 15 เมตร เหยื่อที่ใช้ประกอบด้วย กล้วยหอมคลุกกับข้าวเหนียวนึ่ง และถัวลิสงป่น วางกับดักเวลาประมาณ 14.00 - 17.00 น. และตรวจในเวลา 9.00 - 12.00 น. ของวันถัดมา สัตว์ที่ถูกจับได้ทำเครื่องหมายโดยวิธีตัดขน แล้วปล่อยกลับที่ตำแหน่งเดิม ผลการสำรวจพบว่า ในป่าไม่ผลัดใบ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่ถูกจับได้ประกอบด้วย หนูฟานเหลือง (Rattus surifer), หนูท้องขาว (R. rattus), หนูขนเสี้ยนดอย (R. bukit), หนูหวาย (R. sabanus), หนูฟันขาวใหญ่ (R. bowersi), กระจ้อน (Menetes berdmorei), และ กระแตธรรมดา (Tupaia glis) นอกจากนี้ยังพบเห็น กระเล็น (กระถิก) ขนปลายหูสั้น (Tamiops mcclenllandi), กระรอกหลากสี (Callosciurus finlaysoni bocourti) และ กระรอกท้องแดง (C. flavimanus thai) สำหรับป่าผลัดใบ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กที่ถูกจับ ได้แก่ กระจ้อน (Menetes berdmorei) และ หมาหริ่ง (Melogale personata) เมื่อใช้จำนวนตัวของสัตว์ที่จับได้ต่อจำนวนครั้งที่วางกับดักเป็นค่าดัชนีของความหนาแน่นสัมพันธ์ของประชากร พบว่า บนยอดดอยสุเทพ ซึ่งมีจำนวนตัวน้อยที่สุด และ เมื่อใช้การประมาณความหนาปน่นของประชากรโดยวิธีทำเครื่องหมายแล้วปล่อย เป็นค่าของความหนาแน่นที่แท้จริงของหนู 3 ชนิด คือ หนูท้องขาว, หนูขนเสี้ยนดอย และหนูฟานเหลือง ในป่าไม่ผลัดใบ 2 ปห่ง พบว่าที่ทุ่งกะมัง หนูขนเสี้ยนดอยมีจำนวนมากที่สุด ในขณะที่สวนสน หนู้ท้องขาวจำนวนมากที่สุด สำหรับระยะทางที่หนูเดินทางใน 1 คืนพบว่า จะเพิ่มขึ้นตามขนาดของตัวหนู นอกจากนี้อาณาเขตของหนูทั้ง 3 ชนิดมีการซ้อนทับกัน

กลับ