บทคัดย่อ

พนิตนาถ ทันใจ (Tanjai, P. (2006))

ชนิดพืชและเทคนิคการปลูกด้วยเมล็ดโดยตรงที่เหมาะสมเพื่อการฟื้นฟูป่าในจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำพูน

Direct seeding for forest restoration in Northern Thailand

โครงการฟื้นฟูป่านิยมใช้การปลูกต้นกล้าจากเรือนเพาะชำ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงสำหรับแรงงานการเก็บเมล็ด การดูแลต้นกล้าในเรือนเพาะชำ การขนย้ายต้นกล้าไปยังพื้นที่ปลูก การเตรียมพื้นที่และการปลูกตลอดจนการควบคุมวัชพืช และการใส่ปุ๋ยจนต้นกล้าสามารถรอดชีวิตได้ในสภาพธรรมชาติ การปลูกด้วยเมล็ดโดยตรงจึงเป็นทางเลือกสำหรับลดงบประมาณในการฟื้นฟูป่าและ การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาชนิดพืชและเทคนิคสำหรับปลูกด้วยเมล็ดโดยตรงที่เหมาะสมในภาคเหนือของประเทศไทย

แปลงทดลองสำหรับพื้นที่สูงและพื้นที่ราบอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูนตามลำดับ พรรณพืชที่ศึกษาในพื้นที่สูง คือ กฤษณา (Aquilaria crassna Pierre ex Lec, Thymelaceae) สลีนก (Balakata baccata (Roxb.) Esser., Euphorbiaceae) เฉียงพร้านางแอ (Carallia brachiata (Lour.) Merr., Rhizophoraceae) หว้าขี้กวาง (Eugenia fruticosa DC., Myrtaceae), มะยาง (Sarcosperma arboreum Bth., Sapotaceae) มะกัก (Spondias axillaris Roxb, Anacardiaceae) ส่วนพรรณพืชที่ศึกษาในพื้นที่ราบ คือ มะค่าโมง (Afzelia xylocarpa (Kurz) Craib, Leguminosae, Caesalpinioideae) หาด (Artocarpus lakoocha Roxb., Moraceae) กรวยป่า (Casearia grewiifolia Vent. var. grewiifolia, Flacourtiaceae), หว้าขี้แพะ (Eugenia cumini (L.) Druce, Myrtaceae) ตะคร้อ (Schleichera oleosa (Lour.) Oken, Sapindaceae) มะฝ่อ (Trewia nudiflora L., Euphorbiaceae) มีการทดลองเกี่ยวกับการงอก ทั้งในสภาพเรือนเพาะชำและสภาพธรรมชาติ เทคนิคการเตรียมเมล็ดก่อนปลูกที่ใช้ คือ การแช่เมล็ดในน้ำเป็นเวลา 48 ชั่วโมง และทำรอยแผลที่เปลือกหุ้มเมล็ดเพื่อเพิ่มเปอร์เซ็นต์การงอก และ กระตุ้นให้เมล็ดงอกเร็วขึ้น พยายามลดโอกาสที่เมล็ดจะถูกกินเป็นอาหารรวมทั้งกำจัดวัชพืชทุก 2 เดือน สำหรับแปลงทดลองในสภาพธรรมชาติ

การเตรียมเมล็ดก่อนปลูกรวมถึงการใส่ดินจากต้นแม่มีผลเพียงเล็กน้อยต่อพืชบางชนิด โดยพบว่า ไม่สามารถเพิ่มเปอร์เซ็นต์การงอกของพืชทุกชนิด และลดเปอร์เซ็นต์การงอกของสลีนก อย่างมีนัยสำคัญในสภาพธรรมชาติ (p<0.05) สาเหตุอาจเป็นเพราะต้นกล้าสูญเสียน้ำและถูกทำลายโดยสัตว์

การควบคุมวัชพืชมีผลต่อเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตของพรรณไม้แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) การควบคุมวัชพืชมีผลเพียงเล็กน้อยต่อมะค่าโมง และ ตะคร้อ สาเหตุอาจเป็นเพราะโครงสร้างของต้นกล้าแต่ละชนิดมีผลต่อการสูญเสียน้ำแตกต่างกัน

พรรณพืชที่ศึกษาเปรียบเทียบการเจริญเติบโตระหว่างต้นกล้าจากการปลูกด้วยเมล็ดโดยตรงและต้นกล้าจากเรือนเพาะชำหลังการปลูกในพื้นที่ธรรมชาติเป็นเวลา 1 ปี คือ ซ้อ (Gmelina arborea Roxb., Verbenaceae) เลี่ยน (Melia toosendan Sieb. & Zucc., Meliaceae) เพกา (Oroxylum indicum (L.) Kurz, Bignoniaceae) นางพญาเสือโคร่ง (Prunus cerasoides D. Don, Rosaceae) มะยาง (Sarcosperma arboreum Bth., Sapotaceae) และ มะกัก (Spondias axillaris Roxb, Anacardiaceae) พบว่าค่าเฉลี่ยของเส้นรอบวงโคนต้น ความสูง ความกว้างทรงพุ่มและเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตของ ซ้อ เลี่ยน นางพญาเสือโคร่ง และ มะกัก ที่ปลูกด้วยเมล็ดโดยตรงมีค่ามากกว่าต้นกล้าจากเรือนเพาะชำอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.5)

จากการศึกษานี้ พบว่าภาวะ การแข่งขันระหว่างต้นกล้าและวัชพืชไม่ใช่ปัญหารุนแรงในปีแรกหลังจากปลูกด้วยเมล็ดโดยตรง วัชพืชไม่มีผลต่อเปอร์เซ็นต์การงอก การพักตัวของเมล็ดและการเจริญเติบโตของพรรณพืชหลายชนิดที่ทำการศึกษา ในทางตรงกันข้ามพบว่าพืชบางชนิดได้ผลดีจากร่มเงาของวัชพืชสำหรับป้องกันต้นกล้าจากอุณหภูมิสูงและแสงแดดที่รุนแรง

เทคนิคการเตรียมเมล็ดก่อนปลูก ในการศึกษานี้มีผลต่อเปอร์เซ็นต์การงอก และช่วงเวลาพักตัวของเมล็ดที่ไม่แน่นอน จำเป็นต้องมีการศึกษาเพื่อพัฒนาเทคนิคที่มีประสิทธิภาพและให้ผลที่แน่นอนต่อไป

การปลูกด้วยเมล็ดโดยตรงสามารถลดงบประมาณได้ประมาณ 50 % เปรียบเทียบกับการใช้ต้นกล้าจากเรือนเพาะชำ ซึ่งคำนวณจากการใช้ต้นกล้าจำนวน 500 ต้นต่อไร่ การปลูกด้วยเมล็ดโดยตรงอาจเหมาะกับโครงการฟื้นฟูป่าที่มีงบประมาณจำกัด แต่จำเป็นจะต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบ

กลับ