เม็ง มูนีรัค (Monyrak,
M. (1997))
ผลของการป้องกันไฟป่าต่อการกระจายของเมล็ด เมล็ดที่มีอยู่ในดินและการตั้งตัวของกล้าไม้ยืนต้นในป่าเต็งรัง-ก่อ
ภายในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
Effects of Forest Fire
Protection on Seed Dispersal, Seed Bank, and Tree Seedling Establishment
in a Dipterocarp-Oak Forest in Doi Suthep-Pui National Park.
|
จากสมมุติฐานที่ว่าการป้องกันไฟป่าในบริเวณป่าผลัดใบเต็งรัง-ก่อ จะเพิ่มการกระจายของเมล็ด
การสะสมของเมล็ด และการตั้งตัวของกล้าไม้ นอกจากนี้ยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของชนิดของกล้าไม้ให้เป็นป่าผสมผลัดใบ-ป่าดิบ
การศึกษาวิจัยเพื่อทดสอบสมมุติฐานนี้ทำในพื้นที่ 2 เฮกตาร์ ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย
บริเวณซึ่งมีการป้องกันไฟป่ามาตลอด 28 ปี เป็นพื้นที่ทำการศึกษาเปรียบเทียบกับพื้นที่ใกล้เคียงที่มีไฟป่าอยู่สม่ำเสมอ
ผู้วิจัยทำการศึกษาการเกิดขึ้นมาใหม่ การอยู่รอด และการเจริญเติบโตของต้นกล้าในช่วงเวลา
8 เดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2539- มกราคม 2540 โดยการวางแปลงสำรวจ 20 แปลง
(2 x 2 ตารางเมตร) ในแต่ละพื้นที่การศึกษา มีการนับต้นกล้าที่ขึ้นมาใหม่
และต้นกล้าที่ตายทุก ๆ 2 เดือน ในขณะเดียวกันทำการติดตั้งเครื่องมือดักเมล็ด
20 ชุด และมีการเก็บตัวอย่างดิน 40 ตัวอย่าง (2 ตัวอย่าง/แปลงสำรวจ) จากบริเวณใกล้เคียงแปลงสำรวจ
ในแต่ละเดือนจะรวบรวมเมล็ดจากเครื่องมือดักเมล็ดในบริเวณที่มีการป้องกันไฟกับบริเวณที่มีไฟป่า
เพื่อเปรียบเทียบการติดผลและการกระจายเมล็ดในแหล่งทั้งสอง และทำการร่อนตัวอย่างดิน
เพื่อดูชนิดของเมล็ดที่ปะปนอยู่ในดิน ทำการตรวจสอบการมีชีวิตของเมล็ดโดยการใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์
(H2O2)
ผลจากการป้องกันไฟป่าทำให้มีการเพิ่มของเมล็ดทั้งในเครื่องดักและในดิน (U=136,
p<0.05, U=107.5, p<0.05 ตามลำดับ) เมล็ดของไม้ยืนต้นที่ตกลงมาเฉลี่ย
38.4 +SD 20.04 ม-2/เดือน จำนวน 12 ชนิด ในป่าที่มีไฟไหม้ค่าความหนาแน่นโดยเฉลี่ยของเมล็ดบนดินจะสูงกว่าอย่างชัดเจนในปริเวณที่การป้องกันไฟ
(53.75 + SD 2.405 ม-2 จำนวน 9 ชนิด) (U Mann-Whitney, p<0.05) ความหนาแน่นของกล้าไม้ในป่าที่มีการป้องกันไฟสูงกว่าที่ไม่มีการป้องกันไฟ
(3.88 + SD 0.171 ม-2 จำนวน 38 ชนิด และ 2.81 +SD 0.067 ม-2 จำนวน 30 ชนิดตามลำดับ)
ไม้ยางเหียง (Dipterocarus obtusofolius Teijsm. ex Miq. var. obtusifolius)
ไม้เต็ง (Shores obtusa Wall. ex Bl.) ก่อแพะ (Quercus kerri Craib var.
kerri) ก่อฝาก Lithocarpus elegans (Bl.) Hatus. Ex Soep.) ตาฉี่เคย (Craibiodendron
stellatum (Pierre) W. W. Sm.) ก่อแป้น (Castanopsis diversifolia King ex
Hk.f.) และไม้ทอเนอะ (Tristaniopsis burmanica (Griff.) Wils & Wat.
var. refescens (Hance) Pern. & Lug.) มีความถี่สูงกว่าในป่าที่มีการป้องกันไฟ
ส่วนพรรณไม้ที่ชอบแสงแดด เช่น หนามจายแดง (Pterocarpus macrocarpus Kurz)
และมะส้านหิ่ง (Dillenia parviflora Griff. var. kerrii (Craib) Hoogl.)
พบในบริเวณที่เคยถูกไฟไหม้ ส่วนก่อฝาก (Lithocarpus elegans) ก่อแป้น (Castanopsis
diversifolia) ตาฉี่เคย (Craibiodendron stellatum) และก่อแพะ (Quercus kerri
var. kerri) ซึ่งเป็นไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของป่าที่กำลังพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
จะพบไม้เด่นในป่าที่มีการป้องกันไฟ ค่ากลางของอัตราการตาย (4.99%) และการเกิดขึ้นมาใหม่
(4.67%) ของกล้าไม้สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้คือ 2.17%
และ 1.49% ตามลำดับ จำนวนของชนิดและจำนวนของต้นกล้าไม้ในที่ป้องกันไฟก็สูงกว่า
(t test, p<0.05) นอกจากนี้ขนาดของกล้าไม้ที่สูงถึง 1 เมตร มี 17.76 %
ที่สูงกว่า 1 เมตร มี 40.3% ในขณะที่เทียบกับบริเวณที่ถูกไฟไหม้เป็น 10.4
% แล 8.11% ตามลำดับ ในพื้นที่ทั้งสองแห่งมีกล้าไม้ขนาดเล็กเป็นส่วนใหญ่คือ
ความสูงน้อยกว่า 50 เซนติเมตรในพื้นที่ป้องกันไฟ 82.24% และในที่ถูกไฟไหม้
86.88%
ผลการศึกษาสรุปได้ว่า การสืบต่อพันธุ์ของกล้าไม้และความมากหลายของชนิดพันธุ์จะเกิดขึ้นได้จากการป้องกันไฟป่า
ความแตกต่างหลากหลายของชนิดในป่าที่ไม่มีไฟเข้าจะส่งเสริมการงอกและการเกิดขึ้นมาใหม่ของกล้าไม้
|