การศึกษาเพื่อหาการเข้าสู่รากพืชของเวสสิคูลา อาบัสคูลา ไมคอไรซาในรากต้นไม้ตระกูล
Leguminoseae บริเวณอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และศึกษาผลของวีเอไมคอไรซาที่มีต่อการงอกและอัตราการเติบโตของพืชชนิด
Albizia odoratissima
ได้เลือกพืชในตระกูล Leguminoseae มา 10 ชนิด เพื่อศึกษาถึงความสัมพันธ์กับวีเอไม่คอไรซา
โดยเก็บตัวอย่างจากดินรอบ ๆ รากต้นไม้แต่ละชนิดมาหาปริมาณความหนาแน่นของสปอร์ของวีเอไมคอไรซา
โดยใช้วิธีการร่อนดินแบบเปียกและเก็บต้นกล้าของพืชแต่ละชนิด ๆ ละ 6 ต้น มาย้อมสีรากเพื่อหาอัตราการเข้าสู่รากพืชของวีเอไมคอไรซา
เลือกพืชชนิด Erythrina subumbrans เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างความสูงของพื้นที่จากระดับน้ำทะเลกับวีเอไมโคไรซา
วิเคราะห์ความชื้นของดินค่า pH ค่า field capacity และปริมาณธาตุอาหารในดินเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างวีเอไมคอไรซากับคุณสมบัติของดิน
นอกจากนั้นยังได้บันทึกถึงค่า slope ค่าทรงพุ่มของต้นไม้และคุณสมบัติของ
micro-habitat เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างวีเอไมโคไรซากับปัจจัยในสิ่งแวดล้อม
ทำการปลูกพืชชนิด Albizia odoratissima ในกระถาง โดยแบ่งชุดการทดลองออกดังนี้
A๐(ปลูกในดินที่ฆ่าเชื้อไม่ใส่สปอร์ของ Glomus microcarpus) ; A1 (ปลูกในดินฆ่าเชื้อและใส่ดินที่มีสปอร์ของ
G. microcarpus หนัก 5 กรัม ต่อดินที่ปลูกหนัก 1 กิโลกรัม) ; A2 (ปลูกในดินฆ่าเชื้อและใส่ดินที่มีสปอร์ของ
G. microcarpus หนัก 10 กรัมต่อกินที่ปลูกหนัก 1 กิโลกรัม) และ A3 (ปลูกในดินที่ฆ่าเชื้อและใส่ดินที่มีสปอร์ของ
G. microcarpus หนัก 15 กรัมต่อดินที่ปลูกหนัก 10 กรัม ในแต่ละชุดการทดลองใช้เมล็ดของ
Albizia odoratissima จำนวน 100 เมล็ด ในการปลูกเพื่อประเมินผลของ G. microcarpus
ต่ออัตราการงอกและต่อการเจริญเติบโตของพืชชนิดนี้ โดยวางแผนการทดลองเป็นแบบ
ramdomized complete block design ทำ 4 ซ้ำ
ผลการศึกษาพบว่า ต้นไม้ทุกชนิดที่ศึกษามีวีเอไมคอไรซาอยู่รวมกับรากพืชด้วย
ที่ระดับความสูงจากพื้นที่จากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นพบว่า จำนวนสปอร์ของวีเอไมคอไรซามีน้อยลง
นับจำนวนสปอร์ได้อยูในช่วง 104.11-169.67 ต่อดิน 50 กรัม พบว่าจำนวนสปอร์ของวีเอไมคอไรซามีความสัมพันธ์กับปัจจัยต่าง
ๆ ในสิ่งแวดล้อมและคุณสมบัติของดินโดยเฉพาะ pH ของดิน (r=0.460) เป็นปัจจัยที่สำคัญและมีผลต่อจำนวนสปอร์มากที่สุดทั้งความชื้นในดินและค่า
pH ของดินมีความสัมพันธ์ทางด้านบวกต่อการเข้าสู่รากพืชของต้นกล้า วีเอไมคอไรซาชนิด
G. microcarpus มีผลต่ออัตราการงอกของ Albizia odoratissima อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ
การเพาะเชื้อวีเอไมคอไรซานี้มีผลต่อการช่วยเพิ่มการเติบโตของต้นกล้าที่อายุ
1,2 และ 3 เดือน ภายหลังการเพาะเชื้ออย่างมีนัยสำคัญ (p= 0.05) นอกจากนั้นวีเอไมคอไรซายังสามารถเพิ่มน้ำหนักแห้งของต้นกล้าอย่างมีนัยสำคัญ
(p=0.05) การเพิ่มการเติบโตมีสูงสุดเมื่อเพาะด้วยเชื้อตั้งต้นหนัก 15 กรัมต่อดิน
1 กิโลกรัม (A3) จากการทดลองครั้งนี้สรุปได้ว่าวีเอไมคอไรซามีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตและการอยู่รอดของต้นไม้ในระบบนิเวศแบบป่าผลัดใบเขตร้อน
|