บทคัดย่อ

เชิดศักดิ์ เกื้อรักษ์ Kuarak, C. (2002)

ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกล้าไม้ในป่าและวิธีการนำมาเลี้ยงในเรือนเพาะชำ

Factors Affecting Growth of Wildlings in the Forest and Nurturing Methods in Nursery

การฟื้นฟูป่าโดยใช้กล้าไม้ที่ผลิตจากเรือนเาพะชำมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงรวมทั้งมีปัญหาในขั้นตอนการผลิตมากมายโดยเฉพาะการผลิตกล้าไม้จากเมล็ด การนำหล้าไม้จากป่ามาเลี้ยงในเรือนเพาะชำก่อนนำไปปลูกเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยลดปัญหาต่างๆเหล่านี้ งานวิจัยนี้มีวัตถุปรัสงค์เพื่อต้องการทราบถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกล้าไม้ป่าธรรมชาติและต้องการที่จะพัฒนาเทคนิควิธีในการนำกล้าไม้จากป่ามาเลี้ยงในเรือนเพาะชำ งานวิจัยนี้ได้ทำการศึกษาที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย และหน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า ทำการศึกษากล้าไม้ 4 ชนิด ประกอบด้วย มะยาง (Sarcosperma arboreum Bth.) (Sapotaceae), ก่อใบเลื่อม (Castanopsis tribuloides (Sm.) A. DC. (Fagaceae)), พญาไม้ (Podocarpus neriifolius D. Don (Podocarpaceae)), และมะห้า (Eugenia albiflora Duth. ex Kurz (Myrtaceae)) โดยวางแผนการทดลองออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก ศึกษาติดตามถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของกล้าไม้ในป่าธรรมชาติทั้ง 4 ชนิด คือ ระยะห่างจากต้นแม่ อัตราการแข่งขันจากไม้พื้นล่าง ระดับของร่มเงาที่ถูกปกคลุมและปริมาณความชื้นในดิน ส่วนที่สอง ทำการทดลองในเรือนเพาะชำด้วยวิธีทดสอบที่แตกต่างกัน โดยแบ่งขนาดความสูงของกล้าไม้ขณะขุดออกเป็น 3 ขนาด และกรรมวิธีการตัดแต่งกล้าไม้ 2 วิธี

ผลการศึกษาพบว่า กล้าไม้ทุกชนิดในป่าธรรมชาติมีอัตราการเจริญเติบโตช้าโดยเฉลี่ย 4-5 ซม. ตลอดระยะเวลา 12 เดือน อัตราการตายส่วนใหญ่เกิดช่วงต้นฤดูฝน (มิ.ย - ก.ค 10.17%) พญาไม้มัอัตราการตายสูงสุด19.4% ตามด้วย ก่อใบเลื่อม 13.2%, มะยาง 12.5% และมะห้า 11.1% ระยะห่างจากต้นแม่ มีความสัมพันธ์ในทางลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับอัตราการตายของพญาไม้และก่อใบเลื่อม (r=0.925, p=0.024 และ r=-0.903, p=0.036) ระดับของร่มเงามีความสัมพันธ์ในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับอัตราการตายของมะห้าและก่อใบเลื่อม (r=0.892, p=0.042 และ r=0.976, p=0.005) และปริมาณความชื้นในดินมีความสัมพันธ์ในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับอัตราการตายของพญาไม้, มะห้าและก่อใบเลื่อม (r=0.921, p=0.009, r=0.816, p=0.047 และ r=0.935, p=0.006) อย่างไรก็ดีปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ไม่มีสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับอัตราการเจริญเติบโตของกล้าไม้ทุกชนิด (p>0.05)

ขนาดของกล้าไม้ที่เหมาะสมในการนำมาเลี้ยงในเรือนเพาะชำควรมีความสูงไม่เกิน 20 ซม. เพราะสะดวกในการขุด รากไม่กระทบกระเทือนมากนัก การตัดแต่งกล้าไม้ก่อนย้ายลงถุงสามารถช่วยลดอัตราการตายและช่วยส่งเสริมอัตราการเจริญเติบโตสัมพันธ์ของกล้าไม้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการขุดย้ายกล้าไม้จากป่ามาเลี้ยงในเรือนเพาะชำควรกระทำในช่วงต้นฤดูฝน

กลับ