![]() |
บทคัดย่อ |
บีม ปราสาท อคิฮ์คาริ (Adhikari, B. P. (1996)) ความสัมพันธ์ระหว่างการฟื้นสภาพป่ากับความหลากหลายของพันธุ์ไม้พื้นล่างของป่าที่ถูกทำลายในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย |
|
มีข้อสันนิฐานอย่างกว้างขวางว่า ระหว่างต้นกล้าของไม้ยืนต้นและพรรณไม้พื้นล่างมีปฏิกิริยาสัมพันธ์ต่อกัน ซึ่งมีผลเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของการอยู่รอดของต้นกล้า จึงได้ทำการศึกษาเพื่อประเมินความสำคัญของปรากฏการณ์ดังกล่าว ว่าสามารถจะใช้ตัดสินได้หรือไม่ว่าพรรณไม้พื้นล่างในบริเวณป่าเสื่อมโทรมจะนำมาเป็นดัชนีบ่งชี้ในแต่ละบริเวณว่ามีความเหมาะสมในการตั้งตัวหรือการปลูกกล้าไม้ยืนต้นชนิดต่าง ๆ วิธีการคือตรวจสอบการฟื้นตัวของกล้าไม้ที่มีในธรรมชาติ (ความหนาแน่น อัตราการเจริญ อัตราการตาย) ชนิดของพรรณไม้ ความหลากหลายและจำนวนต้นของกล้าไม้ตลอดจนความสัมพันธ์ที่มีต่อพรรณไม้พื้นล่างภายในกลุ่มสังคมพืชกลุ่มต่าง ๆ ในบริเวณป่าเสื่อมโทรม ได้ทำการเลือกสังคมมีพืช พื้นล่าง 3 กลุ่ม เพื่อทำการศึกษาในแง่ปริมาณของพืช คือ กลุ่มสังคมสาบหมา Eupatorium adenophorum Spreng. (COMPOSITAE) สังคมหญ้าคา (Imperata cylindrica (L.) P. Beauv. var. major (Nees) C.E. Hubb. ex Hubb. & Vaugh. (GRAMINEAE)) และสังคมผักกูด (Pterodium aquilinum (L.) Kuhn spp. acquilinum var. wightianum (Ag.) Try. (DENNSTAEDTIACEAE)) และได้เลือกพื้นที่เพิ่มอีก 2 แห่ง ในการศึกษานี้คือ สังคมผสมของหญ้าคา (I. cylindrica) และสังคมผสมของพืชพื้นล่างซึ่งประกอบด้วย หญ้าขจรจก (Pennisetum pedicellatum Schumach. (GRAMINWAE)) หญ้ากาบไผ่ (Setaria parviflora (Poir.) Kerg.) หญ้า Microstegium และ ต้นสาบหมา (E. adenophorum) วิธีการคือ ทำการวางกรอบสำรวจทั้งหมด 48 กรอบ x 2 ม. ภายในพื้นที่ขนาด 50 x 50 ม. มีการตรวจสอบทุก ๆ 2 เดือน ในระยะเวลา 10 เดือน พบว่าความหนาแน่นของกล้าไม้ยืนต้นสูงสุด (N1) ในสังคมสาบหมา (10.23) รองลงมาคือสังคมหญ้าคา (7.52) และในสังคมผักกูด (5.59) ตามลำดับ นอกจากนี้ในสังคมสาบหมามีอัตราการตายของกล้าไม้ต่ำสุด (30%) เมื่อพิจารณาถึงอัตราการเจริญของกล้าไม้ทั้งหมด พบว่าสูงสุดในสังคมสาบหมาและต่ำสุดในสังคมผักกูด ไม่พบว่ามีความสัมพันธ์ที่เด่นชัดระหว่างชนิดของกล้าไม้กับชนิดของพรรณไม้พื้นล่างในสังคมหญ้าคาและผักกูด ส่วนในสังคมสาบหมามีเพียงกล้าไม้ 3 ชนิดเท่านั้นคือ ก่อแป้น (Castanopsis diversiflolia King ex Hk.f. (FAGACEAE) กะตังใบ (Leea indica (Burm.f.) Merr. (LEEACEAE) และแหลบุก (Phoebe lanceolata (Nees) Nees (LAURACEAE) ที่แสดงว่ามีความสัมพันธ์กันกับพืชพื้นล่างอย่างเด่นชัด ตัวอย่างดินจากบริเวณศึกษาต่าง ๆ พบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากสังคมพืชทั้ง 4 แบบ พบว่า สังคมสาบหมาเป็นบริเวณที่มีสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุดสำหรับการตั้งตัวและการเจริญของกล้าไม้และใช้เป็นดัชนีบ่งชี้ได้ว่า ก่อแป้น (C. diversifolia) กะตังใบ (L. iindica) และแหลบุก (P. lanceolata) จะเจริญได้ดี อย่างไรก็ตามสังคมเฉพาะของพืชพื้นล่างไม่สามารถจะใช้ในการระบุกลุ่มของกล้าไม้หรือสภาพของดินได้ เนื่องจากไม่ค่อยจะพบว่ามีความสัมพันธ์ต่อกันและสภาพของดินในบริเวณต่าง ๆ ทั้ง 3 แหล่ง ก็มีสภาพคล้ายคลึงกันด้วย |
|