หน้าหลััก

รู้จักหน่วยวิจัย

งานวิจัย

โครงการ
เรือนเพาะชำท้องถิ่น

โครงการ
ขยายสู่ภาคพื้นเอเชีย

การบริการการศึกษา

การฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่าำไม้
ชุึมชนต้นแบบแม่สาใหม่

จดหมายข่าว

เอกสารตีพิมพ์

ภาพกิจกรรม

ต้องการสนับสนุนเรา

ติดต่อเรา - สมุดเยี่ยม

เวบไซด์น่าสนใจ


ความจำ้เป็นในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า


พิมพ์หน้านี้

(ตัดตอนจากหนังสือ “ปลูกให้เป็นป่า” ซึ่งสามารถดาวน์โหลด ได้จากเวบไซด์ โดย คลิกชื่อหนังสือ)

ตั้้งแต่มนุษย์ได้ตีขวานเล่มแรก ป่าไม้ได้ถูกรุกรานทำลาย เพื่อนำพื้นที่มาใช้ ทำการเกษตร และตั้งเมืองรวมทั้งเป็นแหล่งอัตราที่ธรรมชาติสามารถฟื้นตัวเองได้ แต่การเพิ่มขึ้นของ ประชากรในปัจจุบันทำให้ความต้องการใช้ป่าไม้ และผลผลิตอื่น ๆ จากป่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งป่าไม้ไม่สามารถที่จะฟื้นตัวได้ทัน เขตร้อน เป็นพื้นที่ที่มีปัญหาการลดลงของพื้นที่ป่าที่รุนแรงที่สุด ถึงแม้ว่า ป่าเขตร้อนนั้น ครอบคลุมพื้นที่เพียง ร้อยละ 16.8 ของโลก (FAO, 2001) แต่พื้นที่ส่วนนี้เป็นแหล่งที่อยู่ของพรรณพืชและสัตว์มากกว่าครึ่งบนโลก (Wilson , 1988) การตัดไม้ทำลายป่า นอกจากจะส่งผลให้พื้นที่ป่าลดลงแล้ว ยังทำให้พื้นที่ ที่เหลืออยู่ถูกแบ่งเป็นผืนเล็กๆ ไม่ต่อเนื่อง พื้นที่เหล่านี้ส่วนใหญ่มีขนาดไม่เพียงพอที่จะรองรับการดำรงอยู่ทั้งของพืชและสัตว์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและนกขนาดใหญ่ เมื่อสิ่งมีชีวิตบางชนิดสูญพันธุ์ไปจากพื้นที่ ย่อมส่งผลให้สายใยอาหารที่ประกอบด้วยสายสัมพันธ์ อันซับซ้อนของสิ่งมีชีวิตในป่าเขตร้อนล่มสลายตามไปด้วย พันธุ์พืชหลายชนิดไม่สามารถขยายพันธุ์ต่อไปได้ เนื่องจากขาดสัตว์ที่ทำหน้าที่ผสมเกสร หรือกระจายเมล็ดพันธุ์ จำนวนของสัตว์กินพืช ซึ่งเคยถูกควบคุมด้วยผู้ล่า อาจเพิ่มจำนวนขึ้นจนก่อให้เกิดปัญหาต่อประชากรพืชอาหารของมัน เมื่อสิ่งมีชีวิตที่เป็นกลไกสำคัญของระบบนิเวศตายไป ความหลากหลายของป่าเขตร้อนย่อมจะลดลง และอาจเปลี่ยนสภาพไปเป็นพื้นที่ซึ่งปกคลุม ด้วยวัชพืชเพียงไม่กี่ชนิด การบุกรุกทำลายพื้นที่ป่าเขตร้อนนี้ จึงเป็นสาเหตุของการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เริ่มมีสิ่งมีชีวิตกำเนิดบนโลก (Wilson, 1992)

ป่าอันอุดมไปด้วยพรรณพืชและสัตว์ นานาชนิดนี้ เป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญสำหรับชุมชนในท้องถิ่น ทั้ง ยาสมุนไพร พืชอาหาร น้ำผึ้ง หน่อไม้และเห็ด ล้วนเป็นผลผลิตที่มีให้เก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตามผลผลิตที่ได้จากป่าเหล่านี้ ถูกใช้ไปในชีวิตประจำวัน และไม่ได้ถูกนำมาขาย มูลค่าของมันจึงไม่ได้รับความสนใจจากหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้กำหนดนโยบายในการเข้าไปใช้ประโยชน์จากป่า ในปัจจุบันถึงแม้ว่าดัชนีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจะเพิ่มสูงขึ้น แต่สำหรับชาวบ้านที่อยู่กับป่าแล้ว สถานการณ์กลับแย่ลง เพราะชาวบ้านต้องเริ่มจ่ายเงินเพื่อซื้อของจากตลาดแทนของที่เคยเก็บเกี่ยวได้จากป่า ดังที่เป็นมาในอดีต

ป่าเขตร้อนยังมีประโยชน์ในการรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อมในแง่ต่างๆ เช่น สัตว์ผู้ล่าของศัตรูพืชที่อาศัยอยู่ในป่า ช่วยควบคุมศัตรูพืชในพื้นที่เกษตรข้างเคียง ค้างคาว และ แมลงที่มีถิ่นอาศัยในป่าทำหน้าที่สำคัญในการผสมเกสร พืชพรรณต่างๆ โดยเฉพาะไม้ผล ในแต่ละปี ป่าเขตร้อนผลิตใบไม้ปริมาณมากซึ่งถูกย่อยสลายและสะสมในชั้นดินหนาที่อุดมไปด้วย สารอินทรีย์ ชั้นดินนี้ สามารถอุ้มน้ำไว้ได้ในปริมาณมหาศาล ในฤดูฝนชั้นดินเหล่านี้ จะอุ้มน้ำเก็บไว้ลดความเสี่ยงในการเกิดน้ำท่วม ส่วนในฤดูแล้งน้ำจะค่อยๆ ซึมออกมาสู่ลำธารตลอดปี นอกจากนี้ ป่าไม้ยังช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์อันเป็นปัจจัยสำคัญในการเกิดภาวะโลกร้อน โดยดึงคาร์บอนมาเก็บไว้ในเนื้อไม้แทน

ทั้งผลผลิตจากป่า และประโยชน์ทางนิเวศวิทยาดังที่กล่าวมา ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่แสดงถึงคุณภาพในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังจะสูญหายไปพร้อมๆ กับพื้นที่ป่าที่ลดลง

 


ผู้ดูแลเวบ: สุดารัตน์ ซางคำ
Forest Restoration Research Unit (FORRU) 2007 - หน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่า 2550
Supported by - สนับสนุนโดย