
งานวิจัยแรกเริ่มของหน่วยวิจัย เริ่มจาก การคัดเลือกชนิดไม้ที่เหมาะสมจะเป็นพรรณไม้โครงสร้างเพื่อการฟื้นฟูป่า จากพรรณไม้ท้องถิ่นบนดอยสุเทพ กว่า 600 กว่าชนิด (Maxwell and Elliott, 2001) การฟื้นฟูป่า จะต้องเริ่มตั้งแต่ การเก็บเมล็ด ดังนั้น เจ้าหน้าที่หน่วยวิจัยฯ จะทำการติดหมายเลขต้นไม้ กว่า 100 ชนิด และออกสำรวจชีพลักษณ์ ( การติดดอกออกผล) ทุกๆ 2 สัปดาห์ ตลอด 4 ปี ซึ่งข้อมูลนี้เอง ทำให้เราทราบถึงช่วงเวลาติดผล และทำให้เราวางแผนการเก็บเมล็ดได้อย่างถูกต้อง
เมล็ดที่เก็บมาแล้ว จะนำมาทำการวิจัยต่อในเรือนเพาะชำ เพื่อหาวิธีที่เหมาะสมในการผลิตต้นกล้าคุณภาพ (ไปหน้าเรือนเพาะขำหน่วยวิจัยฯ)
ภาพขวา: ดอกมะค่าโมงบานสะพรั่ง

กล้าไม้ที่เพาะจากเรือนเพาะชำ จะนำไปปลูกยังแปลงสาธิต เพื่อทดสอบหาชนิด "พรรณไม้โครงสร้าง” ที่ให้ผลสัมฤทธิ์สูงสุด (Elliott et al., 2003) การเก็บข้อมูลและติดตามผล ทำให้ทราบถึง อัตราการรอดตาย และ อัตราการเจริญเติบโต รวมถึงขนาดทรงพุ่มที่ปกคลุมพื้นที่ และการฟื้นตัวหลังไฟป่า เทคนิคทางวนวัฒน์วิทยา หลายๆ อย่าง ถูกนำมาทดสอบเพื่อให้เกิดผลสำเร็จสูงสุดในการฟื้นฟูป่า เช่น การกำจัดวัชพืช การใช้ปุ๋ยในปริมาณต่างๆ (Elliott et al., 2000)
คุณลักษณะสำคัญของพรรณไม้โครงสร้าง คือ ความสามารถในการ ดึงดูดสัตว์ป่าให้เข้ามาใช้พื้นที่ ดังนั้น จึงต้องทำการสำรวจ พรรณไม้ที่ปลูกว่าให้ผลในการดึงดูดสัตว์ป่าหรือไม่ (มีผล, ดอก, น้ำหวาน เป็นต้น) การสำรวจพรรณไม้พื้นล่าง หรือ กล้าไม้ธรรมชาติ ก็จะช่วยให้ทราบว่า มีกล้าไม้เกิดใหม่หรือไม่ (Khopai, 2000)
นอกจากนั้น ยังมี การสำรวจประชากรนก และ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมร่วมด้วย (Chantong, 1999;Toktang, 2005;Thaiying, 2003) ข้อมูลที่สำคัญ และเป็นประโยชน์จากผลการวิจัย ได้แก่ ชนิดพรรณไม้ที่เหมาะแก่การฟื้นฟูป่า ละช่วยเร่งให้เกิดการฟื้นตัวของโครงสร้าง และ หน้าที่ของระบบนิเวศ (Elliott et al, 2003) ซึ่งจะทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพกลับคืนมาได้
|