ในปีที่ 2 แต่ละประเทศ ได้จัดการอบรมในประเทศของตน โดยเริ่มจาก ประเทศลาว จัดในเดือน กรกฎาคม ประเทศกัมพูชา ในเดือน ตุลาคม 2549 และ ประเทศจีน ในเดือน มีนาคม 2550 ตามลำดับ ซึ่งแต่ละครั้ง จะประกอบไปด้วย เจ้าหน้าที่ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูป่า ในแต่ละประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้
การประชุมสัมมนา เรื่อง “ การฟื้นฟูป่าในประเทศลาว” ( Forest Restoration Research in Lao PDR) จัดขึ้นที่ นครเวียงจันทน์ ประเทศ ลาว เมื่อวันที่ 3 -7 กรกฎาคม 2549 ผู้เข้าประชุม ได้ร่างโครงการจัดตั้งหน่วยวิจัยฯ และได้ชมเรือนเพาะชำ หอพรรณไม้ ตลอดจนพื้นที่เป้าหมาย ในจังหวัดแสงทอง และชมพื้นที่สำรวจชีพลักษณ์ และร่วมกันปลูกต้นไม้เป็นที่ระลึก(รายงานการอบรม -ภาพการอบรม)
“ การประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการฟื้นฟูป่า: การจัดตั้งหน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่าในประเทศกัมพูชา” (Principle and Practice for Forest Restoration: Establishment and Management of a Forest Restoration Research Unit in Cambodia) จัดขึ้นที่ กรุงพนมเปญ ประเทศ กัมพูชา เมื่อวันที่ 9 -13 ตุลาคม 2549 มีผู้เข้าร่วมสัมมนา 30 ท่าน โดยได้ไปเยี่ยมชมพื้นที่เป้าหมาย ใน อำเภอกัมปงทม และ อุทยานพนมกุเลน ซึ่งอยู่ในพื้นที่มรดกโลก อุทยานนครวัด นอกจากนั้น ได้นำหนังสือ “ ปลูกให้เป็นป่า” ฉบับภาษาเขมร มาพิจารณาตรวจทานร่วมกัน (รายงานการอบรม -ภาพการอบรม)
“ การประชุมเชิงปฏิบัติการนานาชาติด้านการฟื้นฟูป่า” (International Workshop on Forest Restoration) การอบรมจัดขึ้นที่ เมืองเทิงจง จังหวัดยูนนาน ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 13 - 15 มีนาคม 2550 ผู้เข้าประชุมได้เดินทางไปยัง อุทยานแห่งชาติเกาลิกงชาง ที่มีความสวยงาม โดยอุทยานนี้ ได้จัดทำเส้นทางศึกษาชีพลักษณ์ ซึ่งมีดอกกุหลาบพันปีบานสะพรั่งให้ชมตลอดเส้นทาง ในบริเวณเรือนเพาะชำ ได้ทดลองและเก็บข้อมูลการงอก การเก็บเมล็ด จัดเก็บตัวอย่างในหอพรรณไม้ ผู้เข้าประชุม ได้ร่วมกันร่างโครงการจัดตั้งหน่วยวิจัยฯ และวางแผนการขยายงานที่ดำเนินการไปแล้ว โดยมีผลงานเป็นที่น่าประทับใจอย่างมาก (รายงานการอบรม -ภาพการอบรม)
แผนการดำเนินงานในปีสุดท้าย (2550 - 2551)
หน่วยวิจัยฯ จะได้จัด การประชุมครั้งสุดท้ายที่ จังหวัดเชียงใหม่ ในต้นปีหน้า เพื่อ เปิดเวทีให้ ประเทศที่ร่วมโครงการ ได้มานำเสนอแผนการจัดตั้งหน่วยวิจัยฯ โดยจะเชิญแหล่งทุนจากทั่วโลก เพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ โดยจะได้แจ้งข่าวให้ทราบต่อไป
จากนี้ต่อไป หน่วยวิจัยฯ (FORRU) จะไม่เดินเดียวดายบนถนนแห่งการฟื้นฟูป่า โดยเราจะมีเพื่อนผู้ร่วมอุดมการณ์ จากประเทศเพื่อนบ้าน มาร่วมเดินบนเส้นทางสายนี้ด้วยกัน เรามีความหวังเต็มเปี่ยมว่า ถนนสายนี้ จะเต็มไปด้วยผู้คนที่มีจิตวิญญาณในการอนุรักษ์ป่าและธรรมชาติมากขึ้น เรื่อยๆไป ในอนาคต
สุดารััตน์ ซางคำ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายเผยแพร่และการศึกษา
|